เชิญชวนประชาชนร่วมเป็นจิตอาสาค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนในชุมชน

นจิตอาสาในการค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อน

กรมควบคุมโรค เชิญชวนประชาชนร่วมเป็นจิตอาสาในการค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ในชุมชน
ย้ำ “โรคเรื้อนรักษาหาย รู้เร็วรักษาทัน ป้องกันความพิการได้”
สถาบันราชประชาสมาสัย กรมควบคุมโรค จัดกิจกรรมรณรงค์“จิตอาสาทำดีด้วยหัวใจ ร่วมค้นหาผู้ป่วยใหม่ในชุมชน”เนื่องในวัน ราชประชาสมาสัย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสร้างความตระหนัก ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเรื้อน และร่วมกันเป็นจิตอาสาในการค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ ให้รีบออกมารับการรักษาโดยเร็ว ก่อนที่จะเกิดความพิการ ทั้งนี้เพื่อสนองพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในการให้ประชาชน ได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ และช่วยเหลือสังคม
วันนี้ (16 มกราคม 2562) ที่สถาบันราชประชาสมาสัย อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ศาตราจารย์นายแพทย์ธีระ รามสูต ประธานมูลนิธิราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายแพทย์ อาจินต์ ชลพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชประชาสมาสัย ร่วมงานรณรงค์ “จิตอาสาทำดีด้วยหัวใจ ร่วมค้นหาผู้ป่วยใหม่ในชุมชน”ภายในงาน มีกิจกรรม พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ การฉายวิดีทัศน์การทำงานของจิตอาสา การจัดแสดงนิทรรศการ และกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ อาทิ การตรวจสุขภาพฟันช่องปากฟรี การแจกของที่ระลึก และฟรีค่าบริการทางการแพทย์

นจิตอาสาในการค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อน
นายแพทย์ธีระ กล่าวว่า โรคเรื้อน เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเห็นถึงปัญหา และทรงมีความห่วงใยต่อพสกนิกร ซึ่งสมัยก่อนนั้นยังไม่มียารักษาโรคเรื้อนที่ได้ผลดี ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความพิการ ผู้ป่วยโรคเรื้อนและครอบครัว ต้องหลบซ่อนตัว พระองค์ท่านได้พระราชทานทุน“อานันทมหิดล” ให้จัดสร้างสถาบันราชประชาสมาสัย และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ รับโครงการควบคุมโรคเรื้อนเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ ด้วยทรงมีพระราชปณิธานกำจัดโรคเรื้อนให้หมดไปจากประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทยสามารถกำจัดโรคเรื้อนจนไม่เป็นปัญหาสาธารณสุข นับเป็นความสำเร็จที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมกันสนองพระราชปณิธานสืบสานแนวพระราชดำริ ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยนับแสนคนที่หลบซ่อนหรือไม่รู้ว่าตนเองป่วยได้รับการตรวจรักษาโรคจนหายขาด ผู้พิการได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งมูลนิธิฯ ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันราชประชาสมาสัย มีการจัดตั้งชมรมจิตอาสาราชประชาสมาสัย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาจากโรคเรื้อนและครอบครัว มูลนิธิเล็งเห็นความสำคัญของการเร่งรัดค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ จึงได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยโรคเรื้อน และอาสาสมัครผู้ค้นพบผู้ป่วยโรคเรื้อน รายละ 3,000 บาท โดยจ่ายให้กับผู้ป่วยทั้งหมดหากเกิดความตระหนักและมาแสดงตัวรับการรักษาด้วยตนเอง และในกรณีอาสาสมัครเป็นผู้นำพามารับการรักษา อาสาสมัครจะได้รับเงินจำนวน 1,000 บาท และผู้ป่วยได้รับเงินช่วยเหลือ 2,000 บาท

นจิตอาสาในการค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อน
ส่วนนายแพทย์อาจินต์ กล่าวว่า สถานการณ์โรคเรื้อนในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาที่ยังคงมีอยู่คือสัดส่วนผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ที่มีความพิการยังไม่มีแนวโน้มลดลง ซึ่งสะท้อนถึงการที่ผู้ป่วยมารับการรักษาล่าช้า สำหรับในปี 2562 ได้กำหนดอำเภอเป้าหมายที่มีข้อบ่งชี้ทางระบาดวิทยาโรคเรื้อน ในการเร่งรัดค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ จำนวน 102 อำเภอ ใน 42 จังหวัด โดยมีแนวทางการดำเนินกิจกรรมค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ในอำเภอเป้าหมาย ให้สามารถค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ และผู้ป่วยที่หลงเหลือในชุมชนให้ได้เร็วที่สุด และในวันที่ 16 มกราคมของทุกปี เป็นวันครบรอบการก่อตั้งสถาบัน ในวันนี้จึงถือโอกาสอันเป็นมงคล ทำพิธีเปิดอาคารอาชีวเวชศาสตร์อีกด้วย ซึ่งเป็นอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการขยายงานด้านโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม และพัฒนาระบบบริการให้ทันสมัย รวดเร็วตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการมากยิ่งขึ้น
หากประชาชนสงสัยว่าตนเองเป็นโรคเรื้อน หรือสังเกตเห็นผิวหนังเป็นวงด่าง ชา ผื่น หรือตุ่มแดง ไม่คัน ใช้ยากิน ยาทานานเกิน 3 เดือนแล้วยังไม่หาย ให้รีบมาพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย และขอเชิญชวนประชาชน ร่วมเป็นจิตอาสาในการเฝ้าระวัง ค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนในชุมชมของตนเอง ให้รีบออกมารักษาเมื่อเกิดความผิดปกติทางผิวหนัง รวมทั้งสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้จิตอาสา ได้ช่วยติดตามค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ และผู้ป่วยที่หลงเหลือ ให้ออกมารักษาโดยเร็วเพื่อป้องกันความพิการ นำไปสู่การกำจัดโรคเรื้อนได้สำเร็จและยั่งยืน

********************************************
งานสื่อสารและประชาสัมพันธ์ สถาบันราชประชาสมาสัย
โทรศัพท์ 0-2385-9135-7 ต่อ 1703-1704/ วันที่ 16 มกราคม 2562